สวัสดีครับ ทุกท่าน

ผู้ที่เข้ามาอ่านบล็อกผม เคยคิดเหมือนผมรึเปล่า ช่วงที่สอบเป็นอะไรที่เครียดมากๆ ดังนั้นเมื่อเราสอบเสร็จเราก็ต้องการที่จะปลดปล่อยอารมณ์หลังจากการอ่านหนังสือมาเป็นเวลา นาน แต่ที่ไหนหล่ะ ที่เราจะไป 55+ สำหรับผมและวัยรุ่นอีกหลายๆคนก็หนีไม่พ้น ผับ หรือ บาร์ แต่ผับไหนละที่เราจะไป นั้นดิ ผับไหน ? ดังนั้นเราก็ต้องมาดูกันหน่อย ว่าผับไหนที่เหมาะกับเรา เพื่อจะได้สนุกอย่างเต็มที่ และสะดวกในการเดินทางของเรา



มาหาเส้นทางไปท่องราตรีกันเหอะ

เพื่อนๆครับ การค้นหานี้ครั้งนี้ต้อง เลือกการค้นหาให้แคบลงโดยการพิมพ์ชื่อประเทศไทยก่อนนะครับ เช่น ไทย และจึงตามด้วยชื่อผับที่เราต้องการหา เช่น กระฉูดผับ
Google Maps API Sample

To draw on the map, click on one of the buttons and then click on the map. Double-click to stop drawing a line or shape. Click on an element to change color. To edit a line or shape, mouse over it and drag the points. Click on a point to delete it.




ที่ผมไปเที่ยวมา ที่นี้ก็น่าสนใจนะครับ ตักสุรา ตรงสะพานหัวช้าง ใกล้ๆกับที่ผมอยู่นี้เองครับ

มาดูผับที่ผมอยากแนะนำ

คลิกเข้าไปดูเวปไซต์ของผับได้เลยนะครับ

ร้านนั่งเล่น

  • หากเคยขับรถผ่านซอยเอกมัยตอนกลางคืน เมื่อมาถึงช่วงประมาณกึ่งกลางระหว่างถนนสุขุมวิทกับถนนเพชรบุรี อาจสังเกตเห็นร้านสวยๆ ฝั่งซ้ายมือที่มองเข้าไปแล้วเห็นคนเบียดเสียดกันแน่นขนัดแทบจะทุกวัน ร้านดังกล่าวนั้นมีชื่อว่า นั่งเล่น แค่ชื่อร้านก็น่าจะสื่อถึงบรรยากาศ ของตัวร้านได้เป็นอย่างดีแล้ว ด้วยหุ้นส่วนที่มีทั้งสถาปนิกและนักออกแบบ จึงทำให้ตัวร้านมีโครงสร้างเป็นกระจกทั้งหมด ดูแล้วรู้สึกโปร่งโล่งสบาย ภายในร้านแบ่งออกเป็นทั้งหมด 4 โซน เริ่มจากโซน Terrace ให้คุณนั่ง รับลมเย็นๆ ในบรรยากาศธรรมชาติยามค่ำคืนบริเวณด้านหน้าตัวร้าน เหมาะกับการ “นั่ง” เพลินๆ หรือ “นั่ง” คุยงานแบบไม่ค่อยมีเสียงรบกวน โซนถัดมาจะโซน Floating sofa โดยบริเวณนี้พื้นที่ทั้งหมดมีการยกระดับขึ้น ว่ากันว่าถ้ามาร้านนี้ให้ถึงที่จริงๆ ต้องนั่งโซนนี้เพราะบริเวณดังกล่าวช่วงดึกๆ ไม่ต้องกลัวการเบียดเสียด โซนไฮไลท์ดังกล่าวนี้ต้องจองกันเอาไว้ล่วงหน้าเป็นอาทิตย์ แถมจองแล้วก็ยังต้องมาให้ตรงเวลาไม่งั้นจะถือว่าสละสิทธิ์ โซนที่ 3 จะเป็นลานกว้างกลางร้านบริเวณหน้าเวที สังเกตง่ายๆ พอเดินเข้าประตูผ่านเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไปปุ๊บก็จะเห็นทันที เรียกว่าโซน Live band แต่อย่าจินตนาการไปเองว่าลานกว้างมีพื้นที่เหลือเฟือ เพราะแค่สามทุ่มโต๊ะเยอะแค่ไหนก็เต็มหมดไม่เหลือ โซนสุดท้ายเรียกว่า Built-in sofa เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่มากันเป็นกลุ่ม เพราะจะมีโซฟาขนาดใหญ่ที่เพียงพอให้ทุกๆ คนในกลุ่มเลือกนั่ง กันได้อย่างสบายๆ ในวันธรรมดาจำนวนนักท่องเที่ยวที่มาร้านนี้อยู่ที่ ประมาณ 1,000-1,200 คน ส่วนวันศุกร์-เสาร์ ก็เพิ่มขึ้นไปถึง 1,500-1,700 คน สำหรับวันที่คนน้อยที่สุดของร้านคือทุกวันอาทิตย์ เพราะเป็นวันที่ร้านปิดให้บริการนั่นเอง ! สำหรับดนตรีในร้านจะเริ่มด้วยแนว Easy-listening ที่มีวงดนตรีมาเล่นสด ถึงเที่ยงคืนโดยประมาณ (วันธรรมดา 3 วง ส่วนวันศุกร์เสาร์จะเพิ่มวงที่เล่น Acoustic แนวหวานๆ เพิ่มเป็น 4 วง) จากนั้นจะมีดีเจมาเปิดเพลง Hip Hop เพื่อให้แดนซ์เรียกเหงื่อก่อนกลับบ้าน
  • ชื่อร้าน นั่งเล่น
  • ประเภท Cool Gang Hang out
  • โปรโมชั่น จัด Birthday Party ลดทันที 10%
  • กิจกรรมพิเศษ Surprise Concert เดือนละครั้ง
  • ที่อยู่ 217 เอกมัย สุขุมวิท 63 คลองตันเหนือ วัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
  • โทรศัพท์ 081 734 5102
  • เว็บไซต์ www.nunglen.net
  • บรรยากาศของร้าน Sofa & living Room for Party
  • การตกแต่งภายใน แนว Modern
  • ประเภทเครื่องดื่ม เหล้า, เบียร์
  • แนวเพลง เล่นดนตรีสด สลับกับดีเจเปิดเพลง
  • จำนวนวงดนตรี(วง) / ดีเจ(คน) วันธรรมดา 3 วง, ศุกร์เสาร์ 4 วง เริ่มเล่น 2ทุ่ม 45

Brick Bar

  • ขอให้ได้เที่ยว...พอเข้าร้าน เราก็จะเห็นการตกแต่งร้าน สไตล์อังกฤษหน่อยๆ ดูคลังๆดีก็พอผ่านเข้าไปก็ไปเจอก็เป็น step บันใดใหญ่ที่ต้องเดินลงมา พอตอนดึก บรรไดก็เป็นที่นั่งดูวงดนตรีเล่น ก็จะมีการเล่น แซกโซโฟน และเป็นแนว Ska & Raggae ถือว่าเปิดหูเปิดตาอีกครั้ง เพราะเราไม่เคยเข้าแนวนี้เลยซิ ..ตั้งแต่เที่ยวมา ส่วนใหญ่ก็ไปเมมโมรี่ แถวประชาชื่น และ ซอย 4 ร้านบางรัก กะร้านซาเล้ง... ด้วยความที่ไม่เคยไปที่ BRICK BAR มาก่อน ขอบอกว่าเราอ่า เสล่อมาก คือด้วยความที่ไม่รู้นะ เลยรอที่จะแดนซ์ ซะงั้น 555+ เวลาผ่านเนิ่นนานไป เราก็จะหลับ แต่ต้องยอมรับจริงๆว่านักดนตรีและนักร้องของ ที่นี่ฝีมือมั๊กๆ พอเริมรู้แกวว่าสิ่งที่ฉันรอมันไม่มีแน่ๆ ...พอดีกะไม่มีอะไรทำ เริ่มกินๆแล้วก็เมา ..ออกมานั่งร้านกาแฟหน้าบาร์ซะงั้น พร้อมโซ้ยบะหมี่ผัดไปอีก ..และแล้วก็ต้องเดินสะโหลสะเหลกลับบ้านพร้อมหวานใจ...ที่งงเป็นไก่ตาแตกเหมือนกัน...
  • Brick Bar
  • อยู่ 265 ถ.ข้าวสาร ตลาดยอด พระนคร กรุงเทพฯ 10200 (อาคาร Buddy Group) โทรศัพท์ 0-2629-4477, 09-8883363
  • Website www.buddylode.com
  • เมนูแนะนำประจำร้าน 1.สเต๊กปลาเซลมอน 2.ไส้กรอกรมควัน 3.ปีกไก่ทอดบลูสกาย ประเภทเครื่องดื่ม 1.วิสกี้ 2.Kamikase' 3.long Island
  • แหล่งที่จอดรถ บริเวณถนนโดยรอบของถนนข้าวสาร,ลานจอดรถของกองสลาก
  • บรรยากาศของร้าน บรรยากาศ เน้น ความเป็นกันเองของทุกคนที่เข้ามานร้าน แนวสบาย ๆ เต้นรำสนุกสนาน มันส์ ๆ ร่วมกัน
  • การตกแต่งภายใน การตกแต่งร้านเป็นสไตล์อังกฤษ เน้นของเก่า เช่น ลังไวน์เก่า อุปกรณ์รถยนต์ มอเตอร์ไซต์ กรอบรูปเก่า
  • รูปแบบในการเล่นดนตรี เล่นสด แนวเพลง 1.Dance 2.Hip-Hop 3.Pop ที่ ผับ เน้นมันส์ จำนวนวงดนตรี 3 วง
  • เริ่มเล่นเวลาถึงเวลา 20.00-01.00 น.

Route 66

  • 10 กว่าปีกับการเติบโตอยู่บนธุรกิจท่องเที่ยวยามราตรี โดยปฐมบทที่นี่เป็นที่รู้จักกันในนาม Route 66 Pub & Restaurant นับแต่การเปิดตัวครั้งแรกในปี 2538 จากร้าน ที่มีไม่กี่สิบโต๊ะ จากนั้นก็ค่อยๆ ขยับขยายเพิ่มขึ้นจากความนิยมของบรรดาวัยรุ่น จนทำ ให้ถนน RCA Royal City Avenue เป็นย่านศูนย์รวมของบรรดาร้านรวงเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย สร้างกระแสชื่อของถนน RCA ให้ดังกระฉ่อน ขนาดมีถนนเส้นอื่นๆ ที่เปิดร้านคล้ายๆ กันเอาไปตั้งชื่อเป็น RCA 2 และ RCA 3 จวบจนย่าน RCA เจอผลกระทบจากความนิยมของคนท่องเที่ยวลดลงหลายๆ ร้านต่างพากันปิดตัว บ่ายหน้าหาทำเลที่ตั้งใหม่เพื่อความอยู่รอด แต่ Route 66 เป็นร้านเดียวที่ยังคงเปิดดำเนินการอยู่ได้ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน ล่าสุด New Route 66 ได้ปรับโฉมใหม่ในปี 2006 แบ่งแยกเป็น Zone โดยโซนที่มีดนตรีสดใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า Route West Live Band พร้อมปรับกลยุทธ์เจาะตลาดกลุ่มคนชอบฟังดนตรีสดให้กับมาบนถนน RCA อีกครั้งนึง ภายในมีการตบแต่งปรับเปลี่ยนโฉมใหม่หมดด้วยสไตล์แบบหลุยส์ผสมแบบวิตตอเรีย มีโคมไฟห้อยระย้าเพิ่มความหรูหราให้กับสถานที่ ช่วงหัวค่ำ จะเน้นไฟที่สีเหลืองช่วยเพิ่มความอบอุ่นในบรรยากาศ โต๊ะเก้าอี้ยังคงสีขาว มีโซฟาวางรายล้อมที่ข้างกระจก เวทีกลางถูกยกระดับให้สูงขึ้น ทำให้สามารถมองเห็นเวทีอย่างชัดเจนจากทุกจุดในร้าน พร้อมยังคง Concept กับที่นั่งโซนพิเศษ เสมือนลูกค้า VIP ที่ยกระดับพื้นให้สูงกว่าปกติเล็กน้อย แม้ว่าจะเป็นโซนพิเศษ แต่ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นระดับบุคคสำคัญเท่านั้นที่จะได้นั่ง เพียงแค่รีบมาให้ถึงก่อน (เต็ม) หรือจะโทรมาจองไว้ก่อนกันเหนียวก็ไม่ผิดกติกา สำหรับดนตรีที่เล่นเป็นเพลงทั้งเพลงไทยในอดีต ไทยปัจจุบัน เพลงสากล ทุกคืนจะมี 3–4 วง สลับกับดีเจที่กอดคอมากันเป็นคู่ คอยให้ความสนุกสนานอยู่ไม่ขาด สำหรับคนที่ชอบดูภาพกราฟฟิตี้สวยๆ ก็ยังมีจอทีวีทั้งใหญ่และเล็กรายล้อมทุกจุด ที่มีจัด Concert ทุกเดือน ส่วนโซนด้านหลังจะใช้ชื่อว่า Route South Internet ที่มีบริการฟรีอินเทอร์เน็ต แถมพ่วงด้วยบริการเจ๋งสุดๆ กับการอัพเดทเพลงใหม่ด้วยเครื่องเล่น Ipod นับเป็นโซนที่ผ่อนคลายกันแบบสุดๆ ส่วนห้องน้ำที่นี่ก็ไม่ธรรมดา มีชื่อว่า Route North Hip Toilet ที่บอกว่าไม่ธรรดาก็เพราะทางด้านหน้าห้องน้ำ มีบูธ DJ คอยเปิดเพลงแนว House, Trance พร้อมด้วยแสงเลเซอร์ที่ยิงผ่านม่านสีขาว ที่ดูริ้วเหมือนกับมีน้ำมาโอบรอบคุณไว้ ทั้งยังมีโซฟาวางไว้เป็นจุดๆ ให้คนสามารถนั่งคอยหรือนั่งขยับเท้าตามจังหวะระหว่างนั่งรอได้อีกด้วย เมื่อเข้าไปถึงภายในห้องน้ำยังต้องประหลาดใจ เพราะเค้ายกดนตรีสดแนว Acoustic มาเล่นกันต่อถึงด้านเลยทีเดียว อย่างนี้ต้องเรียกว่า Entertain กันทุกจุด เก็บรายละเอียดทุกเม็ด พลาดได้ไง !
  • ชื่อร้าน Route 66
  • ที่อยู่ 29/33-40 Royal City Avenue (RCA) ถ.พระราม 9 กรุงเทพ 10310
  • โทรศัพท์ 0-6300-0817 , 0-1648-0686
  • Website www.route66club.com
  • กลุ่มเป้าหมายหลัก วัยทำงาน อายุ 20-25 ปี
  • เมนูแนะนำประจำร้าน 1.ซูชิ 2.แซลมอล
  • ประเภทเครื่องดื่ม วิสกี้
  • แหล่งที่จอดรถ สถานที่ที่ทางอาร์ซีเอจัดให้ทั้งด้านบนถนน บริเวณชั้นใต้ดิน และสามารถจอดหน้าร้านได้บางส่วน(เสียค่าที่จอดรถ)
  • บรรยากาศของร้าน สัมผัสบรรยากาศดี ๆ ภายในร้าน ดนตรีเพราะให้ความรู้สึกเป็นกันเอง เหมาะแก่การพบปะสังสรรค์ ในหมู่เพื่อนหรือครอบครัว
  • การตกแต่งภายใน การตกแต่งเน้น โทนสีขาว ไฟหลากสี แบ่งออกเป็น 4 โซน ๆ East , West , North ,South แต่ละโซนแนวเพลงและการตกแต่งจะต่างกันไปทำให้ลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้น
  • รูปแบบในการเล่นดนตรี 1.เล่นสด 2.มีดี.เจ.ควบคุมการเปิดเพลง และ Entertain ลูกค้า แนวเพลง Hip-Hop จำนวนวงดนตรี 3 วง
  • เริ่มเล่นเวลาถึงเวลา 22.00-01.45 น.
  • จุดเด่นของร้าน รูปแบบที่สวยงามหรูหราเป็นสไตล์ของตัวเอง มีการ Screen คนที่เข้าไปใช้บริการโดยดูจากบุคลิกด้วย มีดีเจที่เป็นมืออาชีพ เปิดเพลงได้ตรงใจผู้ฟัง กิจกรรมพิเศษ ถ่ายทอดสดฟุตบอล
  • โปรโมชั่นพิเศษ Promotions Johnnie Walker Promotion @ Route 66 Club Halloween Full Moon Party @ Route66
  • เวลาเปิด-ปิดของร้าน 20.00-02.00 น.

ร้านสองสลึง

  • แวะเวียนมาเที่ยวย่านทองหล่อกันซะหน่อย แหม! มาแถวนี้ก็รู้ๆ กันอยู่ว่าอาจต้องขับรถเลือกร้านจนตาลายเป็นแน่ เพราะมีผับเก๋ๆ เปิดเพียบ แต่หากถามว่าไปเที่ยว ผับไหนฮิตสุด คนเยอะสุดในซอยทองหล่อแล้วล่ะก็ คำตอบแรกๆ ของนักเที่ยวหลายคน คงต้องมีร้านสองสลึง ซอย 21 รวมอยู่ด้วย เพราะที่นี่อาจเรียกว่าเป็น ศูนย์รวมของ นักท่องราตรีมีฐานะ เอ๊ย มีระดับมากันเพียบ!!! ในค่ำคืนช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์แบบนี้ ร้านสองสลึงมีนักเที่ยวเดินเข้า - ออกกันขวักไขว่่ ยิ่งบริเวณลานโล่งหน้าร้านที่ออกแบบสอดรับกับสวนสวยสไตล์บาหลี ลานน้ำพุ และสีเขียวครึ้มของต้นไม้นานาชนิดอย่างลงตัว ทำเอานักดื่มหลายคนที่หลงใหลบรรยากาศสบายๆ แบบนี้ เลือกจับจองเก้าอี้นั่งคุย นั่งดื่มกับเพื่อนๆ เป็นทิวแถว อีกทั้งมี พนักงานสาวๆ หน้าตาจิ้มลิ้มยืนบริการตลอดเวลา ถึงว่า หนุ่มๆ ทั้งหลายไม่ยอมลุกไปไหนเลย แต่ทว่าหันกลับเข้าไปในร้านตอนนี้ อุ๊แม่เจ้า ไม่ดึกเท่าไหร่เลยนะเนี่ย สาวๆ ทั้งหลายก็วาดลีลาแดนซ์อย่างสนุกสนานเชียว นอกจากการตกแต่งที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นแล้ว ร้านนี้มีเครื่องดื่มไว้บริการเกือบทุกชนิด แถมราคาไม่แพงอีกต่างหาก เมื่อเทียบกับร้านอื่นๆ ในซอยทองหล่อ เรื่องของ อาหารก็เฟ้นมาอย่างดี เพราะลูกค้ามีหลายกลุ่มเช่นกลุ่มเน้นอาหารอย่างเดียว กลุ่มเน้นอาหารกับเหล้าอย่างละครึ่ง โดยเฉพาะสาวๆ รวมทั้งดาราชอบมามาก ได้ยินเธอบอกว่า ร้านนี้สวย และเก๋ดี เดิมทีเราอยากให้ร้านเป็นแบบปาร์ตี้เฮาส์ แต่หาบ้านในละแวกทองหล่อ 21 นี้ไม่ได้ เลยตัดสินใจตีทะลุห้องแถว จากเดิม 2 ห้อง เป็น 4 ห้อง และ 7 ห้องในที่สุด มีพื้นที่รองรับลูกค้าทั้งหมด 3 ชั้น จุคนได้ประมาณ 700 คน รวมลานหน้าร้านอีกประมาณ 100 คน ส่วนการตกแต่งนั้น เจ้าของร้าน ซึ่งเป็นนักออกแบบตกแต่งภายใน เขาชอบแนวบาหลี เลยดีไซน์พื้นที่ของตึกเป็นสไตล์นี้ คุณแพ็ท ผู้จัดการร้านสองสลึงบอกถึงที่มา เสน่ห์อีกอย่างของร้านสองสลึงคือ เป็นผับที่มีแนวดนตรีไม่เหมือนใคร และไม่ใช้เครื่องดนตรีเยอะ เน้นความสามารถของนักดนตรีให้มากที่สุด ทุกวงที่มาเล่น ต้องตามคอนเซ็ของเรา จะมั่วนิ่มตามใจฉันไม่ได้ คือ เล่นเพลงตามสมัยนิยม แต่ต้องเล่นเป็นอินดี้เท่านั้น โดยมีวง Too Young เล่นตั้งแต่หัวค่ำถึงสี่ทุ่มทุกวัน พอสี่ทุ่มครึ่งเป็นวงอินดี้สองชิ้น เล่นดนตรีเบาผสมหนักถึงประมาณห้าทุ่มครึ่ง จากนั้นเที่ยงคืนถึงตีสองก็เป็นวง SLB เล่นดนตรีสามชิ้น แต่คุณภาพมากๆ นอกจาก นี้ยังมีดีเจเปิดแผ่นสลับคั่นรายการเป็นระยะ ซึ่งบางคืนอาจมีคอนเสิร์ตของศิลปินจากค่ายเพลงต่างๆ มาเปิดแสดงให้ความสุขแก่นักเที่ยวอีกด้วย สำหรับคอนเซ็ปต์ของร้านที่ดึงดูดลูกค้านั้น คุณแพ็ทบอกว่า เราต้องเข้าใจเขาในทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่เอาเปรียบ และตอบแทนลูกค้าทุกรูปแบบ ไม่ว่าเรื่องการบริการ อาหาร หรือดนตรี ถ้าลูกค้าเรียกร้องอะไรมา เรายินดีน้อมรับแก้ไขหมดทุกประการ เพราะอยากให้ที่นี่เหมือนบ้านหลังที่สองสำหรับการพักผ่อน ลูกค้าทุกคนมาที่นี่ไม่เปล่าเปลี่ยว เขาอาจมาเป็นกลุ่มหลายๆ คน แต่ทุกคนเข้ามาแล้วเป็นเพื่อนกันหมด เชื่อไหมว่าพวกเขารู้จักกันหมดเลยทั้งร้าน ฉะนั้นเมื่อก้าวเท้าเข้ามาที่นี่ รับรองได้ว่าคุณจะได้แดนซ์กันแบบสุดใจ ทั้งอิ่มท้อง อิ่มตา อิ่มใจ พร้อมๆ กันทีเดียวนะเออ....
  • ที่ตั้ง : ร้านสองสลึง 387/23-29 สุขุมวิท 55 ซอยทองหล่อ 21 คลองตัน เขตวัฒนา เวลา เปิด ปิด : 17.00 -01.00 น. โทรศัพท์ : 0-2712-9118-9, 0-2712-5335 โปรโมชัน : ก่อน 3 ทุ่ม - สั่งบาเลนไทม์ , เรดเลเบิล หรือทอดดี้ ไวลัมน์ อย่างใดอย่างหนึ่ง 2 ขวด ราคาพิเศษ 1,200 บาท - เรดเลเบิล ขนาด 1.125 ลิตร ราคาพิเศษ 1,200 บาท

กระฉูดผับ

  • สำหรับวัยมันส์ และคอแดนซ์ทั้งหลาย หรืออยากกระชากวัย เชิญมาเร้าใจ ที่ Kachood Independent Pub ผับแนวอินดี้... รูปแบบการเล่นดนตรี มีทั้งเป็นการเล่นสด และเปิดแผ่น แนว Hiphop และ Indy โดยมีวงดนตรีประมาณ 3 - 4 วง เริ่มเล่นตั้งแต่เวลา 20.30 น.- 00.30 น. (ในวันศุกร์,เสาร์) นอกจากนี้ทางร้านยังมีกิจกรรมพิเศษจัดฟรีคอนเสิร์ตของศิลปินชื่อดัง ของเมืองไทยทุกเดือน บริการอาหารอร่อย ๆ สำหรับคนวัยมันส์ หลากหลายเมนู เช่น โปเตโต้โชเต้ , ลองอีกที , พล่าปลาแซลมอน ประเภทเครื่องดื่มเช่น : กระฉูดค็อกเทล , วิสกี้ , ไวน์ , ค๊อกเทล , ซอร์ฟดริ้ง ราคาค่าอาหารและเครื่องดื่มไม่แพง ราคาเครื่องดื่ม : เริ่มที่ 80 – 1,200 บาท ราคาอาหาร : เริ่มที่ 100 - 350 บาท

คุยกันได้นะครับ

เกิดข้อผิดพลาดใน Gadget นี้

วันจันทร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2553

ด่านเจดีย์สามองค์






















วันนี้อยากพูดถึงสถานที่ที่หนึ่งที่ไปเที่ยวมา นั้นคือด่านเจดีย์สามองค์ ที่อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ติดกับประเทศเพื่อนบ้านเรานั้นคือ ประเทศพม่า หรือเดี๋ยวนี้เค้าเรียกกันว่าเมียนมาร์
ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้มารู้สึกตื่นเต้นเป็นพิเศษ การเดินทางครั้งนี้สิ่งที่ไม่เหมือนจากที่คาดไว้อย่างแรกก็คือ สภาพอากาศ สภาพอากาศช่วงเทศกาลปีใหม่ ปกติแล้วต้องเป็นบรรยากาศที่หนาวมาก แต่การไปครั้งนี้ผิดคาด ที่กาญจนบุรีสภาพอากาศร้อนมาก ไม่ใช่ร้อนอย่างเดียวร้อนมาก ผมกับเพื่อนที่ไปด้วยแต่ละคนต่างเหงื่อตกไปตามๆกัน พอไปถึงก็ได้ไปหาโรงแรมที่พัก ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าโรงแรมที่พักหายากมาก ที่พักแต่ละที่เต็ม ตอนแรกกะไว้จะหาแพพัก แต่เต็มหมด ดีที่ยังมีที่พักเหลือ ก็เลยได้เปิดห้องหนึ่ง นอนด้วยกันกับเพื่อนผู้ร่วมเดินทาง 7 คน

พอได้ที่พักเสร็จพวกผมก็ไม่รอช้า(กลัวเที่ยวไม่จุใจ) นั่งรถสองแถวบริเวณที่ท่ารถเพื่อเดินทางไปด่านเจดีย์สามองค์ ระหว่างที่นั่งรถก็เจอกับด่านตรวจคน ซึ่งคนไทยทุกคนต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชน ส่วนคนต่างชาติหรือที่เรียกว่าคนพม่า ต้องแสดงบัตรต่างด้าว ถ้าไม่มีรู้ป่าวครับว่าตำรวจเค้าให้ทำอะไร 55+ เฉลยเลยแล้วกัน ให้รดน้ำต้นไม้ครับ ตลกรึป่าวครับ ผมว่ามันน่าตลกมากทีเดียวที่ให้คนที่เข้าเมืองผิดกฏหมายรดน้ำต้นไม้ ทำโทษ อันที่จริงแล้วประเทศเราเป็นประเทศที่เปิดมากพอสมควร คนเข้าออกประเทศอย่างอิสระ แต่ผิดกับพม่า ต่างกันตรงไหนละไว้ในฐานที่เข้าใจ วกเข้ามาเรื่องผมดีกว่าก่อนจะออกทะเลมากกว่านี้ ผมลืมบัตรประชาชนมา ตอนแรกก็คิดว่าจะเป็นไรรึป่าว พอตรวจจริงๆผมก็แสดงบัตรนิสิต ซึ่งก็ไม่มีปัญหาอะไร เห็นรึป่าวครับว่าประเทศไทยเสรีแค่ไหน พูดกันถึงบรรยากาศสองข้างทางดีกว่า บริเวณสองข้างทางที่ผมนั่งรถมา มองเห็นต้นไม้ชนิดหนึ่งคล้ายไบเบิล แต่เพื่อนผมบอกว่าเค้าก็เรียกกันว่าต้นไบเบิล ไม่รู้จริงรึป่าว ปลูกเต็มบริเวณสองข้างทาง สุดลูกหูลูกตา ดูแล้วเหมือนบรรยากาศเมืองนอกยังไงชอบกล

แล้วรถของเราก็มาถึงด่านเจดีย์สามองค์ ผมเห็นตอนแรกตกใจนิดหน่อย ตอนแรกนึกว่าเจดีย์จะเป็นเจดีย์ใหญ่ๆ ที่ไหนได้เป็นเจดีย์อันเล็กๆ สามอันสร้างเรียงกันอยู่ แต่เอาเหอะก็เป็นเจดีย์เหมือนกันแหละครับ ที่ด่านนี้มีของขายเยอะพอสมควร แต่สวนใหญ่เป็นของพวกเครื่องประดับพวกพลอย มีสินค้าจากพม่าด้วย นั้นคือสินค้า พวกสบู่ แป้ง เพื่อนคนหนึ่งของผมซื้อแป้งพม่ามาเยอะมาก เค้าบอกว่าหน้าจะได้ขาวเหมือนพม่า พวกผมซื้อของ ถ่ายรูปสักพักก็ต้องกลับเพราะกลัวรถหมดเรานั่งรถกลับ มาถึงท่ารถก็ได้บอกให้ คนขับรถพาไปส่งที่สะพานมอญ

ถึงสะพานมอญเป็นสะพานไม้ คนเยอะมาก ทั้งคนไทยและคนมอญ ยืนกันอยู่เต็มสะพาน เดินสักพักพวกผมก็ไปนั่งเรือเล่น ไปดูวัดจมน้ำ เหตุที่เป็นวัดจมน้ำก็เพราะว่าแต่ก่อนที่บริเวณนี้เป็นหมู่บ้านเหมือนหมูบ้านทั่วไปนี้แหละครับ พอรัฐบาลทำการสร้างเขื่อนก็เลยต้องย้ายหมู่บ้านบริเวณนี้ไปอยู่อีกที่หนึ่ง ทำให้บริเวณที่เดิมกลายเป็นเขื่อน เรานั่งเรือสักพักก็เดินเข้าไปหมู่บ้านมอญ ซึ่งหมู่บ้านนี้คนที่อาศัยอยู่ส่วนใหญ่เป็นคนมอญ ซึ่งคนมอญดูเป็นมิตร และอัธยาศัย ดีมาก ใกล้ค่ำ พวกผมก็ได้นั่งรถไปเจดีย์พุทธคยา ได้แวะเดินเที่ยวไม่นานก็กลับเพราะค่ำแล้ว

พวกผมกลับมาบริเวณที่พักเดินหาของกินบริเวณตลาด ของที่ตลาดนี้เยอะมาก อาหารก็ถูกปากระดับหนึ่ง เรานั่งกินข้าวเสร็จก็เดินเที่ยวงานปีใหม่ที่อำเภอสังขละบุรีจัดขึ้น

พวกผมเดินมางานปีใหม่ที่จัดขึ้นบริเวณสนามกีฬาประจำอำเภอ ที่นี้มีของขายคล้ายงานวัด และมีดนตรีให้ดูให้ฟัง งานนี้มีดนตรีอยู่ 2 เวที เวทีแรกเป็นเวทีที่แสดงดนตรีของมอญ พวกผมเดินไปดูสักพักก็ออกมา แล้วไปอีกเวทีหนึ่งเป็นเวทีลูกทุ่ง ซึ่งมีคนเต้นรำวงอยู่ข้างล่าง คล้ายกับงานรำวงที่เคยเห็นตอนเด็กแถวบ้าน ซึ่งปัจจุบันก็หาดูได้ยากแล้ว

จากงานที่สนามกีฬาเราก็รีบเดินมาที่สะพาญมอญเพื่อเราจะไปนับถอยหลังสิ้นปีกันที่นั้น พอไปถึงผู้คนก็เริ่มหลั่งไหลกันมาที่สะพานเช่นเดียวกับพวกเรา ผมก็ได้ไปซื้อโคมประทีบมา แล้วจุดลอยเพื่อส่งสิ่งที่แย่ๆ แล้วก็สิ่งที่เลวร้ายในปีที่ผ่านมาให้ลอยไปกับโคม บรรยากาศที่สะพานมอญดีมากอากาศเย็น อยู่แล้วรู้สึกสดชื่นดีมาก แล้วก็ถึงเวลาเริ่มต้นพุทธศักราชใหม่ มีการเฉลิมฉลองโดยการจุดพลุ บริเวณสะพาญ ซึ่งเป็นภาพที่สวยงามมากทีเดียว จากนั้นพวกผมก็เดินกลับที่พัก เพื่อพักผ่อน เพื่อที่พรุ่งนี้เช้าจะได้รีบตื่นไปทำบุญตักบาตรแบบมอญที่สะพานมอญที่เดิม

ตื่นมาตอนเช้าพวกผมก็รีบตื่น เพื่อไปซื้อของทำบุญตักบาตรพระ พอถึงสะพานก็ทำบุญตักบาตรพระ เป็นการเริ่มต้นปีใหม่ที่ดีมาก จะได้เริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ให้เข้ามาในชีวิต หลังจากปีที่ผ่านมาเจอสิ่งที่แย่ๆเข้ามามากมาย จากนั้นก็ได้ไปเที่ยววัดเพื่อไหว้พระ แล้วก็กลับที่พัก เพื่อเช็คเอาท์ออกจากโรงแรม

การไปเที่ยวอำเภอสังขละบุรีครั้งนี้เป็นประสบการณ์ที่ดีมากในชีวิตครั้งหนึ่งของผม เป็นการฉลองปีใหม่ที่แตกต่างจากปีก่อนๆที่ต้องไปฉลองในเมืองหลวงซึ่งมีผู้คนแออัดยัดเหยียดกัน มาเป็นสถานที่ต่างจังหวัดซึ่งล้อมรอบด้วยต้นไม้และแม่น้ำ






วันพุธที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2553